Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

 
วันที่ 22 มิถุนายน 2560
 properfychannelnews facebook
ก้าวต่อไปของแอลพีเอ็น...กับคอนเซ็ปต์คอนโดผู้สูงวัย
21 มีนาคม 2559 เวลา 15:33 น.

ที่เป็นเช่นนี้ได้ แสดงให้เห็นว่านโยบายและกลยุทธ์ที่ แอลพีเอ็น ใช้ในการดำเนินธุรกิจและการตลาดเป็นไปอย่างถูกทิศถูกทาง และแตกต่างจากผู้อื่นๆ ดั่งคำบอกเล่าของคุณโอภาส ศรีพยัคฆ์ กรรมการผูจัดการ บริษัท แอล.พี.เอ็น.ฯที่ว่า  เราสร้างบ้านให้กับกลุ่มคนที่ไม่มีทางเลือกมากนักในการที่จะมีบ้าน  เราเดินไปพร้อมๆกัน ระหว่าง ยอดขาย รายได้ ของบริษัท และการส่งมอบคุณภาพชีวิตให้กับคนกรุงเทพฯ ด้วยชุมชนน่าอยู่ จนเกิดการบอกต่อ และกลายเป็นที่มาของยอดขายมากกว่า 50 % ที่เกิดจากวิธีนี้”


ในขณะที่ก้าวต่อไปของ แอลพีเอ็น  คุณโอภาส อธิบายว่า ในปี 2559  แอลพีเอ็น ตั้งเป้าโตไว้ที่ 10-15 %  จากการเปิดโครงการใหม่ 10 โครงการ รวมมูลค่า 17,600 ล้านบาท โดยช่วง 4 เดือนแรกคาดว่าจะทำยอดขายได้ 10,000 ล้านบาท  จากแบ็คลอคอยู่แล้ว 9,000 ล้านบาท ที่สามารถเอาออกมาขายได้ ภายใต้เงื่อนไขมาตรการกระตุ้นอสังหาฯของภาครัฐที่จะหมดในเดือนเมษายนปีนี้ ประกอบด้วย  โครงการ ลุมพินี คอนโดทาวน์ ร่มเกล้า-สุวรรณภูมิ 1,961 ยูสิต, ลุมพินี พาร์ค นวมินทร์-ศรีบูรพา 1,831 ยูนิต  , ลุมพินี ทาวน์ชิป รังสิต-คลอง 1 (เฟส2) 3,674 ยูนิต,เดอะ ลุมพินี 24 จำนวน 426 ยูนิต, ลุมพินี พาร์ค เพชรเกษม 98 เฟส 1 จำนวน 1,352 ยูนิต  ลุมพินี พาร์คบีช ชะอำ 413 ยูนิต, ,ลุมพินี ทาวน์ชิป รังสิต –คลอง 1 เฟส 3 จำนวน 2,928 ยูนิต ,ลุมพินี วิลล์ นครอินทร์-ริเวอร์วิว 1,544 ยูนิต ,  ลุมพินี มิกซ์ เทพารักษ์-ศรีนครินทร์ 2,041 ยูนิต

   ที่เหลืออีก 1,000 ล้านบาทเป็นโครงการที่จะต้องเปิดใหม่  ซึ่งมีการตั้งงบการซื้อที่ดินไว้ 3,000 ล้านบาท โดยขณะนี้มีที่ดินอยู่แล้ว 2 แปลงคือ  ชะอำ 7 ไร่ หัวหิน 4-5 ไร่ ถ้าสถานการณ์ตลาดเอื้ออำนวยอาจจะเปิดโครงการที่หัวหินประมาณ 200 ยูนิต

“เรากำลังเซ็ทเกมส์ขึ้นมาใหม่ พัฒนาโครงการที่ราคาไม่สูงเกินไปนัก เป็นราคาที่คุ้มค่า ไม่เกิน 1 ล้าน+-  แต่ต้องสร้างและส่งมอบเร็ว ไม่เกิน 1 ปี ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงทั้งในแง่ของผู้ประกอบการและผู้ซื้อ เนื่องจากหากก่อสร้างข้า เช่น ถ้าต้องใช้เวลาก่อสร้างถึง 3 ปี ช่วงเวลา 3 ปี เราไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เพราะปัจจุบันสถานการณ์มันเปลี่ยนเร็วมาก  เราจะปรับรูปแบบการพัฒนาโครงการ  ไปจับกลุ่มผู้สูงวัยอายุ 55 ปี ขึ้นไป และกลุ่มครอบครัวที่มีลูกเล็ก ประมาณ 10 %  ของโครงการทั้งหมด นับเป็นคอนเซ็ปต์ใหม่ของแอลพีเอ็น  ที่จะเปิดในไตรมาสแรกของปีนี้  ซึ่งจะเป็นกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจที่สอดคล้องกับภาวะตลาดคอนโดมิเนียมที่อยู่ในช่วงขาลง แม้เรามองว่าไม่เลวร้ายนัก เพราะ ตลาดโดรวมของคอนโดมิเนียมเปิดใหม่น่าจะอยู่ที่ 60,000 ตร.ม.”

 สำหรับรูปแบบคอนเซ็ปต์ใหม่นี้ กำลังอยู่ในช่วงของการวางรูปแบบห้องว่าควรเป็นเท่าใด  อย่างเช่นโครงการที่เคยดำเนินการอยู่ขนาด 21 ตร.ม หากผู้ซื้อมีลูกและต้องการห้องที่มีขนาดใหญ่ขึ้นจะซื้อ 2 ห้องรวมกันเท่ากับได้ห้องขนาด 42 ตร.ม.ราคาก็จะอยู่ที่ราว 1.2 ล้านบาท ซึ่งอาจสูงเกินไป  เพราะแอลพีเอ็นยังต้องการจับกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้ปานกลางอยู่ จึงต้องคิดกันว่าห้องควรจะมีขนาดไหน และรูปแบบการตกแต่งควรเป็นอย่างไร่จึงจะเหมาะสมกับการใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ เช่น ถ้าลดลงเหลือ 38 ตร.ม ราคาก็จะลดลงอีก 20 % 

วันนี้เมื่อเอ่ยถึงแอลพีเอ็น  คุณโอภาสบอกว่า  ไม่ได้หมายถึงเรื่องการขายคอนโดเท่านั้น แต่หมายถึงชุมชนน่าอยู่ บนเส้นทางที่ยั่งยืน เราจึงต้องให้ความสำคัญกับการบริหารหลังการขาย มี การบริหารชุมชน  ซึ่งยังไม่มีบริษัทใดทำตาม แอลพีเอ็นได้ทัน แม้จะมีบางบริษัทเริ่มทำบ้างแล้วก็ตาม

การจะเป็นชุมชนน่าอยู่ได้  จำเป็นต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการอย่างเหมาะสม ทำให้แอลพีเอ็นเลือกนำสิ่งที่จำเป็นแก่การดำรงชีวิตเข้าไปไว้ในโครงการ เช่น ร้านสะดวกซื้อ เซเว่นอีเลฟเว่น  ช่วยให้ผู้อยู่อาศัยไม่ต้องเดินทางออกไปหาซื้อของเล็กๆน้อยๆที่ต้องการภายนอกโครงการที่ทำให้ต้องเสียเวลา และไปเพิ่มปัญหาให้กับการจราจร รวมถึงการเปิด Market Place ที่โครงการ ลุมพินี ทาวน์ชิป รังสิต คลอง 1 และมิลล์เพลส โพศรี จ.อุดรธานี และที่ต่อๆไป

 

 

อ่านแล้ว : 389 ครั้ง
หน้าหลัก | Editor talk | วิทยุออนไลน์ | สมาชิก | ติดต่อเรา | อีเมล์ | ลิงค์ | ติดต่อลงโฆษณา
ต้องการติดต่อเรา | ส่งข่าว | ข่าวประชาสัมพันธ์ | แนะนำบริการ
Editor@propertychannelnews.com | Pr@propertychannelnews.com
Copyright © 2010 propertychannelnews.com All Rights Reserved.